เลขเด็ด 77 จังหวัด

หลวงพ่อแช่ม ปราบอั้งยี่

ตำนาน หลวงพ่อแช่ม ปราบอั้งยี่

หลวงพ่อแช่ม ปราบอั้งยี่ (วันฉลอง)กลุ่มอั้งยี่ที่อพยพหนีลงเรือมาจากเมืองจีน แห่กันไปทำงาน เป็นกรรมกรเหมืองแร่ ที่เมืองภูเก็ต แบ่งกันเป็นอั้งยี่ 2 แก๊ง นับพันคน ยกพวกถล่มกัน เหตุเพราะขัดผลประโยชน์ จากการทำเหมืองแร่ดีบุกในเมืองภูเก็ต

เหตุอั้งยี่ก่อจลาจล มิได้เกิดเฉพาะในสยาม ทางราชการสยามใช้วิธีเดียว กับรัฐบาลสิงคโปร์คือ เลี้ยงอั้งยี่ กล่าวคือ ใช้วิธีการเลือกคนจีนมาตั้ง เป็นหัวหน้าต้นแซ่ คอยห้ามปรามไม่ให้ แรงงานชาวจีนตีกัน ทั้งยังมีหน้าที่รวบรวมปัญหา เสนอรัฐบาล

ต่อมาในปี พ.ศ.2419 ได้เกิดเหตุจลาจลครั้งใหญ่ขึ้นอีก เป็นครั้งที่ 2 โดยครั้งนี้เป็นการจลาจลครั้งใหญ่ อั้งยี่ ‘กลุ่มปุนเถ้าก๋ง’ ไม่พอใจที่นายเหมือง ไม่จ่ายค่าแรง เนื่องจากภาวะราคาดีบุกตกต่ำ ประกอบกับมีความแค้นเคืองเจ้าเมืองเป็นทุนเดิม จึงได้มีการรวบรวมสมัครพรรคพวกกว่า 2,000 คน ก่อการกบฏ

กรรมกรเหมืองแร่ เป็นจำนวนหมื่น ในจังหวัดภูเก็ต และจังหวัดใกล้เคียง ได้ซ่องสุมผู้คนก่อตั้งเป็นคณะขึ้น เรียกว่า อั้งยี่ โดยเฉพาะพวกอั้งยี่ ในจังหวัดภูเก็ต ก่อเหตุวุ่นวาย 

กลุ่มอั้งยี่พร้อมอาวุธ เข้าล้อมศาลากลางภูเก็ต ปล้น-ฆ่าราษฎรไทย ความรุนแรงที่เกิดขึ้นนี้ เกินกำลังเจ้าหน้าที่ บ้านเมือง ในท้องถิ่นจะควบคุมได้ ต้องขอกำลังจากส่วนกลาง มาสนับสนุน ในการปราบอั่งยี่ แต่ก็ไม่เป็นผล

ทางราชการในสมัยนั้น ไม่อาจปราบให้สงบราบคาบได้ พวกอั้งยี่ถืออาวุธรุกไล่ ยิง ฟันชาวบ้านล้มตายลง เป็นจำนวนมาก ชาวบ้านไม่อาจต่อสู้ป้องกันตนเอง และ ทรัพย์สิน ที่รอดชีวิตก็หนีเข้าป่าไป เฉพาะในตำบลฉลอง ชาวบ้าน ได้หลบหนีเข้าป่า เข้าวัด ทิ้งบ้านเรือน ปล่อยให้พวก อั้งยี่เผาบ้านเรือน หมู่บ้านซึ่งพวกอั้งยี่เผา ได้ชื่อว่า บ้านไฟไหม้ จนกระทั่งบัดนี้

ชาวบ้านที่หลบหนีเข้ามาในวัดฉลอง เมื่อพวกอั้งยี่รุกไล่ใกล้วัดเข้ามา ต่างก็เข้าไปแจ้งให้หลวงพ่อแช่มทราบ และนิมนต์ ให้หลวงพ่อแช่มหลบหนี ออกจากวัดฉลองไปด้วย หลวงพ่อแช่มไม่ยอมหนี ท่านว่า ท่านอยู่ที่วัดนี้ตั้งแต่เด็ก จนบวชเป็นพระ และเป็นเจ้าวัดอยู่ขณะนี้ จะให้หนีทิ้งวัด ไปได้อย่างไร

เมื่อหลวงพ่อแช่ม ไม่ยอมหนีทิ้งวัด ชาวบ้านต่างก็แจ้งหลวงพ่อแช่มว่า

เมื่อท่านไม่หนี พวกเขาก็ไม่หนี จะขอสู้มันละ พ่อท่านมีอะไรเป็นเครื่องคุ้มกันตัว ขอให้ทำให้ด้วย

หลวงพ่อแช่มจึงทำผ้าประเจียด แจกโพกศีรษะคนละผืน

เมื่อได้ของคุ้มกัน คนไทยชาวบ้านฉลองก็ออกไปชักชวนคนอื่นๆ ที่หลบหนีไปอยู่ตามป่า กลับมารวมพวกกันอยู่ในวัด หาอาวุธ ปืน มีด เตรียมต่อสู้กับพวกอั้งยี่

พวกอั้งยี่ เที่ยวรุกไล่ฆ่าฟันชาวบ้าน ไม่มีใครต่อสู้ก็ชะล่าใจ ประมาท รุกไล่ฆ่าชาวบ้านมาถึงวัดฉลอง ชาวบ้านซึ่งได้รับผ้าประเจียดจากหลวงพ่อแช่มโพกศีรษะไว้ ก็ออกต่อต้านพวกอั้งยี่ พวกอั้งยี่ไม่สามารถทำร้ายชาวบ้าน ก็ถูกชาวบ้านไล่ฆ่าฟันแตกหนีไป ครั้งนี้เป็นชัยชนะครั้งแรกของไทยชาวบ้านฉลอง ข่าวชนะศึกครั้งแรกของชาวบ้านฉลอง รู้ถึงชาวบ้านที่หลบหนีไปอยู่ที่อื่น ต่างพากลับมายังวัดฉลอง รับอาสาว่า ถ้าพวกอั้งยี่มารบอีกก็จะต่อสู้ ขอให้หลวงพ่อแช่มจัดเครื่องคุ้มครองตัวให้

หลวงพ่อแช่มก็ทำผ้าประเจียดแจกจ่ายให้คนละผืน พร้อมกับแจ้งแก่ชาวบ้านว่า

“ข้าเป็นพระสงฆ์จะรบราฆ่าฟันกับใครไม่ได้ พวกสูจะรบก็คิดอ่านกันเอาเอง ข้าจะทำเครื่องคุณพระให้ไว้สำหรับป้องกันตัวเท่านั้น”

ชาวบ้านเอาผ้าประเจียดซึ่งหลวงพ่อแช่มทำให้โพกศีรษะ เป็นเครื่องหมายบอกต่อต้านพวกอั้งยี่

พวกอั้งยี่ให้ฉายาคนไทยชาวบ้านฉลองว่า พวกหัวขาว ยกพวกมาโจมตีคนไทยชาวบ้านฉลองหลายครั้ง ชาวบ้านถือเอากำแพงพระอุโบสถเป็นแนวป้องกัน อั้งยี่ไม่สามารถตีฝ่าเข้ามาได้ ภายหลังจัดเป็นกองทัพเป็นจำนวนพัน ตั้งแม่ทัพ นายกอง มีธงรบ ม้าล่อ เป็นเครื่องประโคมขณะรบกัน ยกทัพเข้าล้อมรอบกำแพงพระอุโบสถ ยิงปืน พุ่งแหลน พุ่งอีโต้ เข้ามาที่กำแพง เป็นที่น่าอัศจรรย์ที่บรรดาชาวบ้านซึ่งได้เครื่องคุ้มกันตัวจากหลวงพ่อแช่มต่างก็แคล้วคลาดไม่ถูกอาวุธของพวกอั้งยี่เลย

รบกันจนเที่ยง พวกอั้งยี่ยกธงขอพักรบ ถอยไปพักกันใต้ร่มไม้หุงหาอาหาร ต้มข้าวต้มกินกัน ใครมีฝิ่นก็เอาฝิ่นออกมาสูบ อิ่มหนำสำราญแล้วก็นอนพักผ่อน ชาวบ้านแอบดูอยู่ในกำแพงโบสถ์ เห็นได้โอกาสในขณะที่พวกอั้งยี่เผลอก็ออกไปโจมตีบ้าง พวกอั้งยี่ไม่ทันรู้ตัวก็ล้มตายและแตกพ่ายไป

หัวหน้าอั้งยี่ประกาศให้สินบน ใครสามารถจับตัวหลวงพ่อแช่มวัดฉลองไปมอบตัว จะให้เงินถึง 5,000 เหรียญ เล่าลือกันทั่วไปในวงการอั้งยี่ว่า คนไทยชาวบ้านฉลอง ซึ่งได้รับผ้าประเจียดของหลวงพ่อแช่มโพกศีรษะ ล้วนแต่เป็นยักษ์มาร คงทนต่ออาวุธ ไม่สามารถทำร้ายได้ ยกทัพมาตีกี่ครั้งๆ ก็ถูกตีโต้กลับไป ในทุกครั้ง จนต้องเจรจาขอหย่าศึก ยอมแพ้แก่ชาวบ้านศิษย์หลวงพ่อแช่มโดยไม่มีเงื่อนไข

คณะกรรมการเมืองภูเก็ต ได้ทำรายงานกราบทูลไปยังพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้คณะกรรมการเมืองนิมนต์หลวงพ่อแช่ม ให้เดินทางไปยังกรุงเทพมหานคร มีพระประสงค์ทรงปฏิสันถารกับหลวงพ่อแช่มด้วยพระองค์เอง

หลวงพ่อแช่มและคณะเดินทางถึงกรุงเทพมหานคร พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวพระราชทานสมณศักดิ์หลวงพ่อแช่ม เป็น พระครูวิสุทธิวงศาจารย์ญานมุนี ให้มีตำแหน่งเป็นสังฆปาโมกข์เมืองภูเก็ต อันเป็นตำแหน่งสูงสุดซึ่งบรรพชิตจักพึงมีในสมัยนั้น

ในโอกาสเดียวกัน ทรงพระราชทานนาม วัดฉลอง เป็น วัดไชยาธาราราม

เรื่องราวของ หลวงพ่อแช่ม ปราบอั้งยี่ ก็จบลงเพียงเท่านี้…

ติดตามรับข่าวสารได้ที่ lekded77th.com
ติดต่อเซียนให้เลขได้ที่ @lekded77th

อัพเดทข่าวหวย ดวงรายวัน เลขเด็ดวันนี้ เลขมงคล ทำนายฝัน คลิกติดตามได้ที่นี่